การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด
1. การดำเนินการทั่วไป
1.1 สืบสวน หาข่าวกับผู้กระทำผิดแล้วติดตามจับกุม
1.2 จัดสายตรวจ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และสายตรวจตำบล ตรวจป้องกันเหตุภายในพื้นที่
1.3 การตั้งจุดตรวจจุดสกัด
1.4 ตรวจสอบบุคคลในสถานประกอบการ
2. การดำเนินการเชิงรุก

2.1 โครงการระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน

การปฏิบัติ
ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครร่วมปฏิบัติประมาณ 50-60 นาย ทำการปิดล้อมหมู่บ้านและตั้งจุดตรวจในหมู่บ้านนั้น เพื่อปิดทางเข้าทางออกและจัดสายตรวจเดินเท้าเข้าไปตรวจไปตามซอยต่าง ๆ ในหมู่บ้าน กำลังทั้งหมดจะตรวจค้นบุคคล/รถ ที่ผ่านจุดตรวจหรือเมื่อพบเห็น หากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็จะตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด สัปดาห์ละ 2 หมู่บ้าน
2.2 โครงการเฝ้าระวังผู้เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
การปฏิบัติ
โดยจัดทำข้อมูลรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายสำคัญว่าแต่ละคนใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์อะไร ทะเบียนอะไร เกี่ยวข้องกับใครแล้วรวบรวมรายชื่อพร้อมรายละเอียดแจกเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย มอบนโยบายให้ตราวจค้นรถบุคคลดังกล่าวทุกครั้งที่พบ จะเป็นวันละกี่ครั้งก็แล้วแต่ไม่มียกเว้น
2.3 ตั้งจุดตรวจย่อยตามเส้นทาง ๆ
การปฏิบัติ
โดยใช้กำลังตำรวจประจำตู้ยามและอาสาสมัคร สภ.แก่งคอย มีจำนวน 6 ตุ้ ภายใน 8 ชั่วโมง ร้อยเวร 20 ควบคุมสายตรวจ(ผลัดละ 8 ชม.) จะทำการตรวจย่อย 2 ครั้ง ร่วมสายตรวจ และจะต้องสั่งตู้ยามตั้งจุดตรวจอีกพร้อมกัน จำนวน 2 ตู้ (รวมเป็น 3 จุด/ผลัด) จะมีการตั้งจุดตรวจในพื้นที่อย่างน้อยวันละ 9 จุด โดยไม่ซ้ำจุดกัน ทุกจุดมีนายตำรวจควบคุม
2.4 โครงการสายตรวจดะ
การปฏิบัติ
-นายตำรวจเวรสายตรวจ 1 นาย,พนักงานขับรถยนต์ 1 นาย,สายตรวจรถจักรยานยนต์ 4 นาย ,สายตรวจตำบลตาลเดี่ยว 2 นาย ,รถยนต์ 1 คัน ,รถจักรยานยนต์ 2 คัน ยามว่างจากตั้งจุดตรวจ รวมกำลังแล้วตรวจภายในเทศบาลเมืองแก่งคอย และพื้นที่ตำบลตาลเดี่ยว บางส่วน(ถนนสุดบรรทัด) โดยเฉพาะเวลากลางคืน ตรวจตามถนนสุดบรรทัดและถนนพระพายัพ ครบวงรอบ พบรถให้ลงไปตรวจพูดคุยและตรวจสอบ หากรถที่อยู่ในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยให้เรียกหาเจ้าของ ไม่พบให้เจ้าของนำรถจักรยานยนต์เก็บไว้ที่สภ. รถที่ว่าอาจจิดกินข้างข้างถนน หรือจอดหน้าร้านเกมส์หรือร้านอาหาร คนที่ต้องสงสัยให้ถ่ายรูปทำประวัติ หรือตรวจปัสสาวะ
2.5 โครงการซุ่มตรวจเส้นทางเปลี่ยว
การปฏิบัติ
-ตำรวจประมาณ 20 นาย แบ่งเป็น 2 จุด ในเส้นทางโดยปิดหัวปิดท้าย ,รถยนต์2 คัน จุดละ 1 ครั้ง แต่ละชุดต้องมีอุปกรณ์ครบ เสื้อเกราะ เสื้อสะท้อนแสง ไฟฉาย อาวุธปืน กุญแจมือ ชุดตรวจปัสสาวะ จะจอดรถซุ่มข้างทาง พร้อมกำลัง หากมีรถหรือบุคคลต้องสงสัย จึงเรียกตรวจ พร้อมให้สัญญาณว่าเป็นตำรวจ
2.6 โครงการหมู่บ้านและชุมชนปลอดภัย
การปฏิบัติ
โดยคัดเลือกชุมชน หรือหมู่บ้านที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด หรืออาชญากรรมเป็นเป้าหมาย แล้วจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 10 นาย มีข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมและยาเสพติดเข้าไปฝังตัวในพื้นที่ ตรวจค้น จับกุม เป็นการกดดันทุกวัน เป็นเวลาชุมชน/หมู่บ้านละ 1 เดือน และก่อนถอนกำลังจะจัดตั้งผู้เฝ้าระวังเพื่อคอยแจ้งเหตึไว้อย่างน้อย 10 คน

2.7 โครงการตำบลปลอดภัย

การปฏิบัติ
เป็นโครงการต่อยอดจากโครงการหมู่บ้านปลอดภัยโดยใช้กำลังตำรวจทุกสายงานก่อนและหลังการปฏิบัติหน้าที่หลักให้ขับรถผ่านตำบลเป้าหมาย เสมือนเป็นการเพิ่มความถี่ในการตรวจและตรวจเยี่ยมประชาชนให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรม จัดกำลังตำรวจเข้าไปตรวจทุกตำบลอย่างน้อยวันละ 10 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์
3. ให้ประชาชนมีส่วนร่วม
3.1 จัดอบรมประชาชนให้ความรู้ด้านยาเสพติด อาชญากรรม และวิธีจดจำเพื่อเป็นการเฝ้าระวังแจ้งข้อมูลหรือเหตุเกี่ยวกับอาชญากรรมและยาสเพติดในพื้นที่ ให้ทาง สภ.ทราบ
3.2 โครงการตำรวจพบประชาชนเพื่อให้ความรู้กับประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมและยาเสพติด ที่จะเข้ามาแพร่ระบาดในหมุ่บ้านของตนเอง และเฝ้าระวังบุตรหลานมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย
3.3 ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ช่องทางที่จะแจ้งข่าสาร ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำผิด ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
3.4 โครงการให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนและเยาวชน
-โครงการครู D.A.R.E. โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการอบรมหลักสูตรครู D.A.R.E.เข้าไปประสานโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ กำหนดชั่วโมงการสอนให้ความรู้เรื่องยาเสพติด แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6
-โครงการครู 5 นาที โดยการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปให้ความรู้แก่นักเรียนในดรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ทุกโรงเรียนช่วงเวลาหลังเคารพธงชาติก่อนเข้าเรียน โดยให้ความรู้ในเรื่องยาเสพติดและอาชญากรรม
-โครงการพัฒนาประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด โดยการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีของสถานีตำรวจในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด ดังนี้
1. ติดตั้งกล้องวงจรปิดตามสถานที่สำคัญ
2. จัดหากล้องถ่ายรูปดิจิตอลให้สายตรวจ สืบสวน สอบสวน งานมวลชนสัมพันธ์ เพื่อเก็บข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ในการออกปฏิบัติงาน
3. จัดหาคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต เพื่อสืบค้นหาคนร้ายขณะออกตั้งจุดตรวจ
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับหน้าหลัก